เขียนหัวข้อซะเหมือนวิชาหนึ่งสมัยเรียนเลย เคยคิดเหมือนกันว่าเราจะรู้ไปทำไม มันเป้นเรื่องของแต่ละคน คำว่า "พฤติกรรมผู้บริโภค" น่าจะหมายถึง นิสัย อุปนิสัยใจคอ การดำเนินชีวิตแต่ละวัน ชอบใช้อะไร สีอะไร ของแบบไหน ใช้เงินวันละเท่าไหร่ ซื้ออะไร ซื้อทำไม ทำไมซื้อ ซื้อไปทำอะไร เป็นต้น [ ถ้าใส่ bla bla bla คนแถวนี้จะบ่นว่าผมภาษาไทยอ่อนแอ อิอิ ] เนื้อหาที่ผมเขียนมันออกแนวคาดการณ์ ไม่ได้นำสถิติจริง ๆ มาใช้ ถ้าให้แน่นอนต้องหาสถิติมาใช้คำนวณด้วยจะดีมาก
สำคัญมากถึงขนาดต้องยกมาเขียนเป็น 1 บทความ เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้เรารู้จักเข้าถึงลูกค้าของเรา ดูแลลูกค้าของเราให้ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ ยังไง ?
- คนทั่วโลกมีตั้งกี่ล้านคน ไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นลูกค้าของคุณ ดังนั้นระบุลงไปว่าลูกค้าของคุณ เป็นเพศไหน อายุเท่าไหร่ ฯลฯ
- เมื่อรู้แล้วว่าลูกค้าเป็นใคร หาทางเข้าถึงเขา เช่น คุณเปิดร้านเค้ก ลูกค้าต้องเป็นเด็ก จนถึง คนชราได้หมด ชอบของหวาน ฐานะไม่ต้องรวย เพราะเค้กไม่แพงมาก แต่อาจประหยัดไม่ซื้อบ่อย เป็นผู้หญิงที่ใส่ใจเกี่ยวกับเทศกาลต่าง ๆ เป็นพ่อแม่ที่ซื้อของให้วันเกิดลูก เป็นต้น ก็ตั้งงบโฆษณาสำหรับกลุ่มเหล่านี้ เข้าถึงสิ่งที่เขาสนใจอื่นๆ อย่างผู้หญิงสนใจเสื้อผ้า คุณอาจแปะแบนเนอร์ร้านเค้กในเว็บขายเสื้อผ้าก็ได้ เว็บรถยนต์ก็ไม่ต้องแปะ เพราะผู้หญิงไม่ค่อยสนใจ นี่คือวิธีคิดเรื่องเข้าถึงลูกค้าแบบประหยัดและตรงกลุ่มเป้าหมาย
- เมื่อเขาเป็นลูกค้าแล้ว ใคร ๆ ก็บอกว่ารักษาลูกค้าเก่าง่ายกว่าหาใหม่ เพราะลูกค้าเก่าคือกลุ่มเป้าหมาย ลูกค้าใหม่คือคนทั่วไปรวมตัวอยู่กับกลุ่มเป้าหมาย เปรียบเสมือนกลุ่มแกะที่คัดเหลือแต่แกะแล้ว กับอีกกลุ่มเป็นแกะที่รวมตัวอยู่กับแพะ มีเพียงแกะที่สนใจสินค้าของคุณ แต่คุณต้องโฆษณาให้ทั้งแพะและแกะเห็นโฆษณาของคุณ แทนที่จะโฆษณาให้แกะดูอย่างเดียว แกะจะชักจูงได้ง่ายกว่าแพะมาก เพราะแกะสนใจอยู่แล้ว แต่จะโน้มน้าวให้แพะมาสนใจเหมือนแกะ นั่นคือ คุณต้องเปลี่ยนแพะให้เป็นแกะ เท่ากับว่า ดูแลกลุ่มแกะให้ดี อยู่กันนาน ๆ หรือ อีกทาง หาแกะใหม่จากกลุ่มแพะ+แกะ หรือ แปลงแพะให้เป็นแกะ งงไหม นี่คือส่วนหนึ่งของวิชานิเทศศาสตร์ครับ
- แล้วจะรู้ได้ไงว่าใครเป็นกลุ่มเป้าหมาย เอ้า กรรมแท้ๆ ลองนึกดูสิครับว่าใครล่ะที่สนใจสินค้าของคุณ ถ้าตอบว่าทุกคนก็จบ
ผมจะช่วยคุณลองหาลูกค้าของคุณในห้างสรรพสินค้า เรามาเล่นเกมกัน
- เขียนรายการสินค้าที่คุณจะขาย เขียนเกี่ยวกับมันว่าใช้ทำอะไร มีคุณสมบัติอะไรบ้าง แล้วไปเดินเล่นห้างสักแห่ง หรือยืนริมถนน
- อย่าไปทำแบบพวกแอบขายซีดีโป๊นะ เดี๋ยวโดนจับ พวกนี้ก็เล่นเกมหากลุ่มเป้าหมายเหมือนกัน
- มองไปรอบ ๆ เจอคนมากมาย ลองเล็งสักคน แล้วถามตัวเองว่า คน ๆ นี้จะซื้อของที่คุณขายไหม เพราะอะไร ทำไม จดให้หมด
- นั่นล่ะ คุณจะแยกลูกค้าของคุณได้แล้ว และคุณได้คำตอบข้อ 4 แล้ว
ตัวอย่างเกม
- ผมมีสินค้าที่จะขาย คือ เพชร พลอย [ พอดีมีลูกค้าที่จันทบุรีเขาโทรมาคุยด้วยเมื่อวาน ]
- ใครล่ะจะซื้อของที่ผมมี ของมีราคา ไม่ค่อยได้ใช้ ไม่ซื้อไปเก็งกำไร แต่อาจไปขายต่อ
- ระดับเด็กคงซื้อไม่ได้ คนทำงานบางคนซื้อไม่ได้ ต้องมีเงินหน่อย หรืออยู่ช่วงใกล้แต่งงาน
- ผู้หญิงชอบสินค้าที่ผมมีและอยากได้มันไว้ในครอบครอง แต่ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่จะซื้อมัน
- สินค้าของผมสามารถซื้อได้ด้วยเงินสด และบัตรเครดิต ผ่อนได้ด้วย
- คนที่สนใจสินค้าผมต้องมีเงิน มีฐานะ ดังนั้นส่วนใหญ่หรือทั้งหมดมีรถยนต์ใช้
- สินค้าผมใช้สำหรับตกแต่งร่างกาย เสริมบารมีผู้ใช้ ทำให้ดูมีสง่าขึ้น
- คนที่สนใจสินค้าผมเป็นพวกออกงานสังคมบ่อย
ผมเขียนรวมระหว่างคุณสมบัติของสินค้าและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้สนใจสินค้า นี่เป็นเพียงบางส่วน เป็นข้อมูลแยกออกมาแล้วระดับหนึ่ง ถ้าจะนำไปใช้ ใช้ได้ แต่ยังไม่ให้ผลดีนัก ควรจะเจาะลงไปได้อีก ซึ่งคำตอบที่เจาะลึกมาก ๆ จะทำให้คุณได้
กลุ่มเป้าหมาย > วางแผนโฆษณาในกลุ่มเหล่านั้น > เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยงบประมาณประหยัดกว่าการสุ่มโฆษณามั่วไปหมด > เพิ่มโอกาสที่จะขายสินค้า
เกมผมสนุกไหม ?
ป.ล. หนังสือ Eworld โปรดทราบ ผมไม่ได้รับหนังสือของคุณ 2 เดือนแล้ว หลังจากสมัครที่สัปดาห์หนังสือไป กรุณาส่งด่วนครับ
By Smilephp.com
Knowledge Corner Staff
|